ชื่อพระ: พระสมเด็จ หลังก้างปลา วัดระฆัง พ.ศ.2408 ลงรัก
สร้าง: สมเด็จ โต พรหมรังสี อธิษฐานจิตปลุกเสก พ.ศ.2408
ด้านหลัง: มีปะก้างปลา ตั้งแต่ พ.ศ.2408 ผ่านมา 158 ปี ปัจจัยต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการทำให้ กระดูปลาหรือก้างปลากลายเป็นฟอสซิล อาจใช้เวลาตั้งแต่ 2-3 สัปดาห์ จนไปถึงหลาย 10 ปี ซึ่งขั้นตอนสุดท้ายของการสลายตัวนี้เรียกว่า ‘ไดอะเจเนซิส’ (Diagenesis) สูญเสียความชื้นไปจนหมดสิ้นเหลือไว้เพียงแต่กระดูก
- พระชุดเก็บรักษาไว้อย่างดีไว้ในกำปั่น(หีบ)มิดชิด
- อากาศและอุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลงเข้าไปในกำปั่นไม่ได้ จึงมีสภาพสมบูรณ์มาก ดังที่เห็น
- พระที่วางผึ่งให้อากาศถ่ายเทและอุณหภูมิเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เช่น ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว ผิวพระแทบจะไม่ได้ทำปฏิกริยากับอากาศและอุณหภูมิ ร้อน ชื่น เย็น ดังเช่น พระในอีกหลายๆกระทู้ของโพสต์ที่ได้พบเห็น เช่น พระสมเด็จ พ.ศ.2400 (ลงรักปิดทอง รักและทองเสื่อมสภาพ) และ พระสมเด็จ ปัญจสิริ พ.ศ.2409 ลงรักปิดทอง เป็นต้น
-
ดังนั้นการเก็บรักษาพระอย่างมิดชิดอากาศและอุณหภูมิเข้าไปทำลายผิวพระไม่ได้
จึงมีสภาพสมบูรณ์มาก คนที่ไม่เข้าใจประเด็นนี้
อาจทำให้สับสนถึงกายภาพของผิวพระว่าทำไมพระที่สร้าง พ.ศ. เดียวกัน
หรือสร้างก่อน ทำไมผิวพระถึงงดงามกว่า
สาเหตุหลักอยู่ที่การเก็บรักษาตั้งแต่เริ่มสร้างพระเสร็จมาถึงปัจจุบันมีการเก็บที่แตกต่างกันนั้นเอง
อายุพระ: 158 ปี (2566) ราคา: โทรถาม
เบอร์ติดต่อ: 081 801 8010
รหัสพระ: 104-1-416-011 ชื่อพระ: พระสมเด็จ หลังก้างปลา วัดระฆัง พ.ศ.2408 ลงรัก
----------------------
รหัสพระ: 104-1-416-021 ชื่อพระ: พระสมเด็จ หลังก้างปลา วัดระฆัง พ.ศ.2408 ลงรัก
----------------------
รหัสพระ: 104-1-416-031 ชื่อพระ: พระสมเด็จ หลังก้างปลา วัดระฆัง พ.ศ.2408 ลงรัก
----------------------
รหัสพระ: 104-1-416-041 ชื่อพระ: พระสมเด็จ หลังก้างปลา วัดระฆัง พ.ศ.2408 ลงรัก
----------------------
รหัสพระ: 104-1-416-051 ชื่อพระ: พระสมเด็จ หลังก้างปลา วัดระฆัง พ.ศ.2408 ลงรัก
----------------------
ข้อสังเกตุ พระที่กดด้วยมือสมัยโบราณ เช่น พระสมเด็จ หลังก้างปลา วัดระฆัง พ.ศ.2408 ลงรัก ความหนาแต่ละองค์จะมีขนาดไม่เท่ากัน แต่ถ้าพบความหนาเท่ากันนั้นคือสร้างด้วยการกระแทกในยุคสมัยนี้
----------------------
ขยายด้วยกล้อง 1,200 เท่า เพื่อดูรายละเอียดของผิวพระสมเด็จ หลังก้างปลา วัดระฆัง พ.ศ.2408 ลงรัก อายุ 158 ปี
รูปขยาย 1 เห็นสีเหลืองทอง เข้าใจว่าเป็นโลหะทองคำ สีน้ำตาล คือ รัก
-------------------------
รูปขยาย 2 ที่เห็นอยู่บนรัก คือ เกิดจากการระเหิด (Sublimation) หมายถึง ปรากฎการณ์ที่สสารเปลี่ยนสถานะจากของแข็งไปเป็นสถานะแก๊ส หรือไอระเหย โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานะไปเป็นของเหลวก่อน เมื่ออนุภาคของสารได้รับความร้อนจากสิ่งแวดล้อมเพียงเล็กน้อย การระเหิดทำให้อนุภาคของสารแยกออกจากผลึก โดยเฉพาะอนุภาคที่อยู่บริเวณผิวหน้าของผลึกจะหลุดออกและเคลื่อนที่เป็นอิสระได้ง่าย เช่น การระเหิดของน้ำเย็นที่อยู่ภายในแก้ว ทะลุแก้วเกิดเป็นไอน้ำและหยดน้ำอยู่ผิวของแก้วน้ำด้านนอก เป็นต้น
-------------------------
รูปขยาย 3 การระเหิดเกิดขึ้นบนผิวของพระสมเด็จ หลังก้างปลา วัดระฆัง พ.ศ.2408 ลงรัก ค่อย ๆ ก่อตัวผ่านกาลเวลาอันยาวนานถึง 158 ปี จึงเกิดผลึกค่อย ๆ รวมตัวหนาดังรูป
-------------------------
รูปขยาย 4 การระเหิดจากด้านใต้รักทะลุผ่านเกิดขึ้นบนผิวของพระสมเด็จ หลังก้างปลา นี้คือเทคนิคการสังเกตุจุดตายข้อหนึ่ง ที่แทบจะไม่มีคนรู้จัก และเข้าใจ ว่าที่เห็นนี้คืออะไร?
-------------------------
รูปขยาย 5 ภาพที่เห็นสีน้ำตาล เกือบทั้งหมด คือ ก้างปลา หรือ กระดูกปลา ที่แปรสภาพจากเมื่อ พ.ศ.2408 มาถึงปัจจุบัน 158 ปี ส่วนของกระดูกและมวลสารประสานกันสนิท
-------------------------
รูปขยาย 6 ข้อสังเกตุ สีน้ำตาลใหญ่แนวนอนคือ กระดูกสันหลังของปลา, เส้นสีน้ำตาลแนวตั้ง ด้านบนของรูป คือ ส่วนของก้างปลา, สีน้ำตาลเข้มด้านล่าง คือ รัก
-------------------------
รูปขยาย 7 กระดูกปลา กลายเป็นฟอสซิล รอบๆ ประสานเป็นเนื้อเดียวกันกับมวลสาร
-------------------------
รูปขยาย 8 กระดูกปลา กลายเป็นฟอสซิล รอบๆ ประสานเป็นเนื้อเดียวกันกับมวลสาร
-------------------------
รูปขยาย 9 กระดูกปลา กลายเป็นฟอสซิล รอบๆ ประสานเป็นเนื้อเดียวกันกับมวลสาร
-------------------------
รูปขยาย 10 ข้อสังเกตุ สีน้ำตาลใหญ่แนวนอนคือ
กระดูกสันหลังของปลา, เส้นสีน้ำตาลแนวตั้ง ด้านบนของรูป คือ
ส่วนของก้างปลา, สีน้ำตาลเข้ม คือ รักที่ประสานกับกระดูกปลากลายเป็นฟอสซิล
-------------------------
รูปขยาย 11 กระดูกปลา กลายเป็นฟอสซิล
-------------------------
รายละเอียดเพิ่มเติม E-BOOK เล่ม 43 พระสมเด็จ หลังก้างปลา วัดระฆัง พ.ศ.2408 ลงรัก










